วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

L-Carnitine : เพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี




L-Carnitine : เพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี ใน ปัจจุบันเราคงเคยได้พบเห็นโฆษณาเกี่ยวกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายยี่ห้อ ที่มีส่วนผสมของสาร L-Carnitine ซึ่งส่วนใหญ่มักสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงประโยชน์ของ L-Carnitine ในประเด็นที่ช่วยทำให้หุ่นหรือรูปร่างดีขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายก็สื่อถึงรูปร่างสมชายชาตรีที่มีกล้ามเป็นมัด หน้าท้องซิกแพ็ค ดังนั้นเราจึงมักรู้จัก L-Carnitine ในบทบาทของการช่วยลดน้ำหนักทำให้รูปร่างดูดี แต่ในความเป็นจริงนอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว L-Carnitine ยังมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายในอีกหลายๆด้าน ดังนั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักและเข้าใจสารอาหารชนิดนี้กันให้มากขึ้นแหล่งที่มาของ L-Carnitine L-Carnitine เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตได้เองจากตับและไต โดยสามารถสังเคราะห์จากกรดอะมิโน2ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไทโอนีน(Methionine) พร้อมกับอาศัยตัวเร่งให้เกิดการสังเคราะห์ (Catalyst)ได้แก่ วิตามิน C, วิตามิน B3 (Niacin),วิตามิน B6 (Pyridoxin) และธาตุเหล็ก ในอาหารเราจะพบสาร L-Carnitine ได้ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผลไม้ ได้แก่ ผลอะโวกาโด(Avocado) ธัญพืช ผักใบเขียว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก ดังนั้นผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำอาจเกิดปัญหาร่างกายขาดแคลน L-Carnitine ได้หน้าที่หลักของ L-Carnitine L-Carnitine ที่ ถูกสร้างขึ้นในร่างกายจะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อลายเช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บที่กล้ามเนื้อหัวใจ สมองและสเปิร์ม หน้าที่หลักของ L-Carnitine คือการช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าสู่ Mitochondria เพื่อใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งเป็นการนำพาไขมันต่างๆไปเปลี่ยนเป็นพลังงานนั่นเอง ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร L-Carnitine หรือ มีไม่เพียงพอที่จะนำพาโมเลกุลไขมันไปเผาผลาญจะเกิดปัญหาสุขภาพอันเนื่องมา จากร่างกายมีการสะสมของไขมันมากเกินไป และจะเกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือดซึ่งอาจ จะส่งผลต่อการยืดหยุ่นของหลอดเลือดและนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึม และเหนื่อยง่ายประโยชน์ของ L-Carnitine
1) การลดน้ำหนัก ในกลุ่มคนที่มีความต้องการลดน้ำหนักหรือลดไขมันสะสม L-Carnitine เป็นทางเลือกที่ดีของผู้ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารจากธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอา เซลล์ไขมัน ( Adipose Tissue ) ของคนอ้วนมาทำการวิเคราะห์พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี L-Carnitine เหลืออยู่เลย และมีผลการวิจัยที่ยืนยันว่า L-Carnitine มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดน้ำหนักลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในหมู่ของนักกีฬายกน้ำหนักหรือผู้ชายที่ออกกำลังกายยกน้ำหนัก จะใช้ L-Carnitine เพื่อต้องการเสริมสร้างกล้ามให้ได้รูปชัดเจนขึ้น เนื่องการมีการนำไขมันจากบริเวณดังกล่าวไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงงาน L-Carnitine ซึ่งแม้ว่าจะพบมากในสัตว์เนื้อแดงก็ตาม แต่ปริมาณที่ได้จากการทานใน 1 วัน จะให้กรดอะมิโนดังกล่าวเพียง 50-200 mg.เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงไขมันสะสมไปเป็นพลังงาน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำปริมาณที่เหมาะสมของ L-Carnitine สำหรับการลดน้ำหนักที่ขนาด 500-2,000 mg. ต่อวัน
2) เพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกาย L-Carnitine มี ผลช่วยให้ร่างกายมีสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพลังงานจากไขมันส่วนหนึ่งจะไปช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายให้แข็ง แรงขึ้นได้ สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น มีความทนทานมากขึ้นและป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมา จากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่สนับสนุนว่า ในการให้นักกีฬาที่มีอาการของโรคร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง 7 คน รับประทาน L-Carnitine เสริมกับการฝึกซ้อม พบว่านักกีฬาสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยปราศจากอาการอ่อนเพลีย โดย L-Carnitine ช่วยให้นักกีฬาทั้ง 7 คน มีสมรรถภาพทางการวิ่งได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 6%
3) ผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ L-Carnitine ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์(Ttriglycerides)อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มระดับ คอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ (HDL-คอ เรสเตอรอล) ในเลือด ดังนั้นจึงช่วยลดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดัน โลหิตสูงตามมา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย
4) เพิ่มสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์ในผู้ชาย การศึกษาทางการแพทย์พบว่าในการผลิตเชื้ออสุจิ ( sperm ) จำเป็นต้องใช้ L-Carnitine เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของอสุจิ และในการวิจัยพบอีกว่า ในท่อนำอสุจิมีปริมาณของ L-Carnitine เข้มข้นอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเชื้ออสุจิต้องการพลังงานในการ oxidation และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไขมันให้อยู่ในรูป Mitochondria ซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้พลังงานกับอสุจิเพื่อใช้ในการสร้างส่วนหางเพื่อการ เคลื่อนที่ที่รวดเร็วของอสุจิ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ L-Carnitine ในปริมาณที่เข้มข้น
จากผลการวิจัยพบว่าการเสริม L-Carnitine สามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรค idiopathic asthenospermia หรือเรียกว่า โรคเกี่ยวกับการที่อสุจิเคลื่อนที่ช้าผิดปกติมีอาการดีขึ้นได้ โดยการวิจัยกับผู้ป่วยจำนวน 100 คน ให้รับประทาน L-Carnitine ขนาด 3 กรัม/วัน เป็นเวลา 4 เดือน พบว่าผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้น โดยมีการเคลื่อนที่ของอสุจิเพิ่มขึ้น และยังช่วยในการเพิ่มจำนวนของตัวอสุจิมากขึ้นด้วย และมีผลการวิจัยที่คล้ายคลึงกัน โดยให้ผู้ป่วย asthenospermia รับประทาน L-Carnitine ขนาด 3 กรัม/วัน
เช่นเดียวกันเพื่อวัดความเร็วของอสุจิ พบว่ามีผู้ป่วย 37 คน จากทั้งหมด 47 คน ที่มีความเร็วของอสุจิเพิ่มขึ้นและทุกคนมีค่าเฉลี่ยของจำนวนตัวอสุจิเพิ่ม ขึ้นเช่นเดียวกับงานวิจัยแรกขนาดที่ใช้และ
ข้อแนะนำในการรับประทานL-Carnitine ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการรับประทานL-Carnitine เพื่อให้ผลในการลดปริมาณไขมันในร่างกายนั้นจะต้องรับประทานควบคู่กับโปรแกรม การออกกำลังกาย
เนื่องจากลักษณะการทำงานของL-Carnitine นั้นเป็นการทำงานตามธรรมชาติ นั่นคือจะทำงานมากขึ้นเมื่อร่างกายมีการออกกำลังกายหรือมีความต้องการ พลังงานอย่างมาก ร่างกายของเราจะดึงเอาL-Carnitineมา ใช้เพื่อช่วยดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ตามแหล่ง ๆ ของร่างกายให้ถูกย่อยสลายออกเป็นกรดไขมันอิสระในเลือด แล้วนำเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปย่อยสลายหรือเผาผลาญเป็นพลังงานตามความต้องการ ของร่างกายอีกต่อหนึ่ง ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ วันละ 500 ถึง 2,000 มิลลิกรัม ในนักกีฬาหรือคนที่รับประทาน L-Carnitineเสริม สำหรับการเล่นกีฬา เพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ โดยไม่แนะนำให้รับประทานติดต่อกันเกินกว่า 6 เดือน เนื่องจากอาจจะทำให้ร่างกายของเราขาดกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ อีก 19 ชนิดได้ แต่ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานให้หยุดพักทุก 6 เดือน แล้วในระหว่างที่หยุดพักควรรับประทานกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ ให้ครบทั้ง 20 ชนิดร่วมด้วย และการรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม หรือไข่ ก็พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกันผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการรับประทาน L-Carnitine เนื่องจาก L-Carnitineเป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ ดังนั้นยังไม่มีการวิจัยใดที่พบว่าการรับประทาน L-Carnitineจะ ทำให้เกิดอาการข้างเคียงหรือเกิดความเป็นพิษ โดยเฉพาะหากรับประทานตามขนาดที่แนะนำ แต่ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัม ต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัวและเกิดอาการผื่นแดง สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่อ อาหารโปรตีน เช่น ไข่ นมหรือข้าวสาลีไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริม แอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบและสตรีมีครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าจำเป็นก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

อย. เผยผลตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันตรายลักลอบใส่ยาควบคุมพิเศษ




อย. เผยผลตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันตรายลักลอบใส่ยาควบคุมพิเศษ "ไซบูทรามีน" อย. ประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหาร พบ "ไซบูทรามีน" ซึ่งเป็นยาลดความอ้วนและเป็นยาควบคุม พิเศษลักลอบใส่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 5 รายการ คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาทิน อมาธิส, ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารออนท็อพโกลด์, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาทิน แม็กซ์ลิม, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูล เอส พลัส โกลด์ 2 เครื่องหมายการค้า พีจี แอนด์ พี และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผงถั่วเหลืองผสมสาหร่าย สไปรูลิน่า ชนิดแคปซูล เนเจอร์แพล็นท์ เอส พลัส เครื่องหมายการค้า พีจี แอนด์ พี จึงจัดเป็นอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ และมีอันตรายต่อผู้บริโภค อย. ได้สั่งงดนำเข้า งดจำหน่ายและกำลังดำเนินคดีตามกฎหมาย นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคว่าเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทานแล้วมี อาการปากแห้ง คอแห้ง นอนไม่หลับ ใจสั่น จึงสงสัยว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจมีส่วนผสมของยา ดังนั้น เมื่อวันที่ 8 และ 10 กันยายน 2551 อย. ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาตรวจวิเคราะห์ คุณภาพทาง วิชาการ ที่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลปรากฏว่า พบ "ไซบูทรามีน" (sibutramine) ซึ่งเป็นยาลดความ อ้วนและเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และขายได้เฉพาะ ในสถานพยาบาลเท่านั้น ผสมอยู่ใน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 5 รายการ ดังนี้ 1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอลลาทิน อมาธิส เลขสารบบอาหาร 10-3-21947-1-0002 จำนวน 3 รุ่นการผลิต คือ Batch No.APLS08004 Best Before 042011, Batch No. APLS08007 Best Before 062011 และ Batch No. APLS08008 Best Before 082011

2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ออนท็อพโกลด์ เลขสารบบอาหาร 10-3-01541-1-0008 รุ่นการผลิต Batch No. OGLV08005 Best Before 082011 3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอลลาทิน แม็กซ์ลิม เลขสารบบอาหาร 10-3-21947-1-0003 จำนวน 3 รุ่นการผลิต คือ รุ่น Batch No. LVCAM08009 Best Before 082011, Batch No. LVCAM08010 Best Before 082011 และ Batch No. LVCAM08011 Best Before 082011 ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ ฉลากระบุนำเข้าและจำหน่ายโดย บริษัท เพนดูรา ไลฟ์ วิชั่นส์ เลขที่ 8/108 หมู่ 3 ถนนเกษตรนวมิทร์ แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ ฯ 4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูล เอส พลัส โกลด์ 2 เครื่องหมายการค้า พีจี แอนด์ พี เลขสารบบอาหาร 11-1-48241-1-0210 จำนวน 3 รุ่นการผลิต คือ รุ่น MFG 06/2008 EXP 06/2010, รุ่น MFG 07/2008 EXP 07/2010 และรุ่น MFG 08/2008 EXP 08/2010 ผลิตโดย บริษัท แอดสโก ดรัคส จำกัด เลขที่ 49/1 ซอยพัฒนาชุมชน1 ถนนศรีนครินทร์ หมู่ที่ 16 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จัดจำหน่ายโดย บริษัท พีจีแอนด์พี เน็ตเวอร์ค จำกัด เลขที่ 542 ซอยรัชดาภิเษก 26 ถนนรัชดาภิเษก แขวง- ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ฯ 5. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผงถั่วเหลืองผสมสาหร่าย สไปรูลิน่า ชนิด แคปซูล เนเจอร์แพล็นท์ เอส พลัส เครื่องหมายการค้า พีจี แอนด์ พี เลขสารบบอาหาร 10-1-21142- 1-0018 รุ่นการผลิต MFG 05/2008 EXP 05/2010 ผลิตและแบ่งบรรจุ โดยบริษัท สยามไบโอเบสท์ จำกัด เลขที่ 302 ถนนศรีวราทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพ ฯ จัดจำหน่ายโดย บริษัท เพรสซิ เด็นท์ เกรน พรอดักท์ จำกัด เลขที่ 49 ซอยวิภาวดีรังสิต 38 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ฯ


จึงถือว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้ง 5 รายการดังกล่าวเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือ จำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อย. ได้สั่งให้ทางบริษัทผู้นำเข้างดนำเข้าและขอให้ผู้จำหน่ายงดจำหน่ายรวมทั้งให้เรียกคืน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้แจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือให้ตรวจสอบ การจำหน่ายพร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรุ่นการผลิตดังกล่าว ส่งตรวจวิเคราะห์หาไซบูทรามีน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอย่าซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้ง 5 รายการ ในรุ่นการผลิตดังกล่าว ทั้งนี้ ยาไซบูทรามีน ที่พบลักลอบ ผสม ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น เป็นยาที่ผู้บริโภคไม่ควรบริโภคเองโดย ไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ เพราะ เป็นยาที่มีผลข้างเคียง ที่พบบ่อยคือ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็ว แม้จะไม่มากนักแต่มีผลให้ ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 5 จำเป็นต้องหยุดยา ส่วนผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และ ท้องผูก ยานี้ไม่ควรใช้ในผู้ป่วย โรคหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ดี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ตีบ ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีโรคต้อหิน รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เป็นต้น ทั้งนี้ หาก ผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าววางจำหน่าย หรือแม้กระทั่งพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หลอกลวงผู้บริโภค เช่น อ้างสรรพคุณในการรักษาโรค หรืออ้างว่าสามารถลดความอ้วนได้ ขอให้ร้องเรียน มายังสายด่วน อย. โทร 1556 เพื่อ อย. จะได้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันมอร์ไลฟ์






บริษัทฯ มีนโยบาย มุ่งเน้นที่จะสนับสนุนให้สายงานต่างๆ ทำงาน และสามารถต่อสายงานได้ง่ายและตลอดไปโดย ไม่มีอุปสรรค และมุ่งหวังพัฒนาสินค้าในสายผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพและความงามเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต จะต้องมาจาก วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์ต้องมีความหลากหลายตามความต้องการ ดังคำขวัญที่ตั้งไว้
" เพื่อคุณ... เพื่ออนาคตที่ดีกว่า "